สารบัญเว็บไซต์

สารบัญเว็บไซต์ !

เริ่มทำอาชีพเสริมขั้นที่ 2

       การเริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นที่ 2 นี้จะเป็นเรื่องราวที่ต่อจาก การเริ่มทำอาชีพเสริมขั้นที่ 1 นะครับ ซึ่งในขั้นที่ 2 นี้ก็คือ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการ "ปรับทัศนคติ" คำวีา ทัศนคติ เป็นเพียงความรู้สึกนึกคิด ที่ถูกปรุงแต่งอละเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสมองของเราว่าจะบังคับบงการ ไม่ว่าจะอยู่สภาวะเช่นไรนั่นเองครับ
       หากเรายังเป็นพนักงานหรืแลูกจ้างที่มีความเป็น "มืออาชีพ" เราก็จะลงมือลงแรงทำงานนั้นอย่างเต็มความสามารถด้วยแนวคิดของึวามเป็นเจ้าของกิจการ ที่อยากจะพัฒนาทักษะและความสามารถเดิมของตัวเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา
       หากเป็นองค์กรแล้ว องค์กรใดก็ตามที่ได้ลูกจ้างมืออาชีพแบบนี้ก็มีกจะมีแววรุ่งแน่นอนครับ และถ้าหากรู้วิธีสนับสนุนและสามารถดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ รับรองว่าองค์นั้นจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
       สำหรับคนที่เป็นเจ้าของกิจการแล้ว ก็จะมีแนวคิดแบบมุมกลับ เหมือนพนักงานที่รับเงินเดือนทั่วๆไปคือ เดือนไหนได้มากก็ทำมาก เดือนไหนได้น้อยก็น้อน เดือนไหนขาดทุนก็ไม่ทำ แบบนีจ้ถึงจะมีกิจการเป็นของตัวเองแต่ก็ไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง มีแต่จะถดถอยลงไปเรื่อยๆแน่นอนครับ. หลายองค์กรจึงพยายามปลูกฝังแนวคิดให้พนักงานรักบริษัทให้เหมือนกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของ หากในการปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องนี้ทำได้ไม่วำเร็จ เจ้าของกิจการบางคยก็ใช้วิธีการ แบ่งหุ้นให้ลูกจ้างเลยก็มีครับ
       ถึงอย่างไรก็ตามความเป็นเจ้าของกิจการ หรือเจัาของธุรกิจสามารถเริ่มต้นได้ตลอดเวลา เพราะการเกิดของธุรกิจและกิจการใหม่ๆไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาวะของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ขุ้นอยู่กับการปรับทัศนคติของตัวเอง นั่นเองครับ การปรับทัศนคติที่ดี จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าหากเราสามารถปรับทัศนคติได้ต่อทุกสภาวะ ก็เหมือนกับว่าเราสามารถปรับตัวเข้าหาผู้อื่นและสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
       การเริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นที่ 2 นี้จะเน้นไปในเรื่องของการปรับทัศนคติ เพราะการจะคิดเริ่มต้นเป็น "เถ้าแก่" มืออาชีพแล้ว ก็ต้องรีบลงมือทำทันที เพราะความจริงที่น่าประหลาดอยู่ข้อหนึ่งคือ ทัศนคติ มันมักจะไม่อยู่กับใครนานๆหรอกครับ มันจะเป็นช่วงๆแล้วก็จะหายไป ทัศนคติที่ดีเท่านั้นที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของคุณเแงในทุกอย่าง
        สุดท้ายนี้ผมมีคำแนะอีกอย่างหนึ่งครับเกี่ยวการเริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นที่ 2นี้ คือ คนที่คิดจะเริ่มต้นทำอะไรซักอย่างในสิ่งใหม่ๆ คุณต้องพยายามหลีกเลี่ยงอย่าอยู่ใกล้กับคนที่ชอบคิดลบ หรือมีทัศนคติลบเพราะมันจะทำให้คุณคิดในแง่ลบตามได้วย ซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลวครับ







------------------------------------------------------------------------------------------------

เริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นที่ 1

       การเริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นที่1 นี้เป็นเพียงการเริ่มต้นของคนที่ต้องการมีอาชีพเสริมอย่างจริงจัง โดยผมจะบอกอธิบายเป็นขั้นตอนไปนะครับ สำหรับขั้นตอนแรกต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากคุณคิดจะเริ่มอาชีพหใม่หรือคิดจะเพิ่มอาชีพเสริมขึ้นมา คุณจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียตั้งแต่แรกโดยเริ่มต้นที่ดังนี้ครับ
       การเริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นตอนที่ 1 ต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่ามีความเก่งและมีความสามารถทางด้านใด และคุณต้องมีความชอบที่จะทำมันได้ดีด้วย ดังนั้นการเข้าใจตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเป็นตัวชี้ว่าเราควรจะหางานเสริมหรือริเริ่มทำธุรกิจแนวไหน เหมือนเป็นการคำนวนสูตรของความสำเร็จเอาไว้ก่อน
       คนที่ชอบพูดชอบคุย ชอบต่อรองการซื้อขายสินค้า สูตรความสำเร็จของคนกลุ่มนี้คืองานด้านการขายหรือการเสนองานต่างๆ เพราะนิสัยเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะผลักดันธุรกิจนี้กับคนกลุีมนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเร็วขึ้น
       สำหรับคนประเภทที่ชอบลุยงานได้ทุกอย่าง ประเภทเหงื่อออกดีกว่าน้ำตาไหล คนประเภทนี้มีสูตรความสำเร็จของเนื้องานอยู่ในหัวอยู่ตลอด ลองสังเกตดูนะครับว่าคนกลุ่มนี้จะทำงานได้ทุกประเภท ขอให้ได้ลุยงานและทำให้ได้ดีที่สุดเพราะฉะนั้นงานของคนกลุ่มนี้จึงมีได้หลายแบบ
       บางคนเป็นนักบรหารมาตลอดชีวิต สูตรความสำเร็จของคนกลุ่มนี้คือการบริหาร ดังนั้นก่อนจะทำกิจการเป็นของตัวเอง ก็ต้องแน่ใจก่อนแล้วว่ามีทุนอยู่พอและมีคนสนับสนุนเรื่องทุน โดยเขาจะวางโครงสร้างไว้อย่างดีเพื่อจะได้โลดแล่นออกไปบริหารอย่างเต็มที่ คนกลุ่มนี้จะทำอะไรที่ตนเองสามารถควบคุมได้ สามารถจัดเป็นระบบได้ งานประเภทงานสอน งานอบรมก็จะเป็นแนวทางของคนกลุ่มนี้เช่นกันครับ
       นี่เป็นเพียงตัวอย่างของกลุ่มคนแต่ละประเภทที่ผมยกตัวอย่างมาให้ดูกันคร่าวๆ เมื่อค้นหาสูตรความสำเร็จของแต่คนเจอแล้ว ก็จะเข้าใจๆด้ว่าตนเองนั้นควรจะทำอะไร ทำอย่างไร แต่คนส่วนมากมักไม่เข้าใจว่าตนเองนั้นเก่งและโดดเด่นในเรื่องอะไร จึงทำให้ได้ทำงานที่ตัวเองไม่ค่อยชอบนัก จึงทำงานได้ไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น
       การเริ่มต้นทำอาชีพเสริมขั้นที่ 1 นี้คือคุณต้องค้นหาตัวเองให้เจอก่อนเป็นอันดับแรกว่าคุณถนัดอะไร ชอบทำอะไร และมีความสามารถในด้านใด เพื่อจะได้ทำงานนั้นอย่างเต็มที่และมีความสุข แต่จำไว้อย่างหนึ่งนะครับว่า ความล้มเหลวของคนที่พยายามจะประกอบอาชีพเสริมคือ การทำตามอย่างคนอื่นเขา โดยไม่คิดถึงความสามารถของตนเองเลยว่ามีความสามารถทางด้านนั้นหรือไม่ เมื่อทุ่มทำลงไปแล้วจึงเกิดแต่ความล้มเหลวได้ง่ายๆนั่นเองครับ




------------------------------------------------------------------------------------------
     

เก็บเงินสำรอง

       การเก็บเงินสำรองในอนาคต ข้อนี้นับว่ายากสุดสำหรับคนเราเลยทีเดียว เพราะคนส่วนใหญ่มักจะหามาใช้ไปอยู่เรื่อยๆ แต่การเก็บเงินสำรองในอนาคตในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องเก็บจนถึงขั้นมัธยัสถ์อะไรขนาดนั้นนะครับ
       การประหยัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและพยายามเก็บเงินสำรองไว้ในอนาคตนั้น ถ้าทำแบบนี้คุณจะมีเวลาเที่ยวน้อยลง รถยนต์ก็ไม่จำเป็นต้องขับรถหรูๆหรือราคาสูงเกินไป เสื้อผ้าก็เป็นแบบธรรมดาก็ได้ไม่ต้องหรูหรามากนัก อาจจะกลับมากินข้าวที่บ้านบ่อยขึ้นถ้าทำได้ งานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูงก็ต้องลดน้อยลงด้วยเช้นกัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดให้น้อยลง เพื่อนำเงินส่วนนี้มาเก็บไว้ให้พอจ่ายสำหรับ 1-2 ปีข้างหน้า หากคุณทำได้คุณจะพบส่ามันมหัศจรรย์มากเพียงใดและมีประโยชน์แค่ไหน ขอยกตัวอย่างการเก็บเงินสำรองในอนาคตให้ดูอย่างหนึ่งนะครับ
       ชายคนหนึ่งทำงานประจำมา 4-5 ปี เขาคนนี้มีเงินสำรองเก็บไว้ก้อนหนึ่ง แต่ยังไม่คิดจะริเริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจ เมื่อได้รับข้อเสนอให้ทำงานในตำแหน้งที่ดีขึ้นและมีอนาคตกับบริษัทแห่งหนึ่ง เขายอมเสี่ยงที่จะรับตำแหน่งนี้ได้โดยได้รับเงินเดือนไม่มากนัก แต่มีโอกาสจะรวยได้ เพราะเห็นโอกาสจากการมีสิทธ์ถือหุ้นในฐานะพนักงานและมีสิทธิ์ขายหุ้นได้
ถ้าธุรกิจดป็นไปได้ดีเขาก็ยังมีโอกาสที่จะรวย แต่ถ้ามันไม่เป็นไปอย่างที่คิด อย่างน้อยเขาก็มีประสบการณ์เพิ้มขึ้น
       แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนแรกที่ได้รับโอกาสนี้ เคยมีอีกหลายคนที่ได้รับข้อเสนอ ซึ่งก็มีชายคนหนึ่งที่เก่งในหน้าที่การงานและมีความรู้ความสามารถมากเขาได้รับโอกาสนี้เช่นกัน แต่เขาไม่มีเงินเก็บแบบชายคนแรก เขาเหมือนคนทั่วๆไปที่ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ต้องผ่อนบ้าน ต้องออกไปกินข้าวในร้านอาหารที่ดูดีไว้ก่อน มีครอบครัว ต้องจ่ายเงินให้ลูกๆไปเรียนโรงเรียนเอกชนทำให้ไม่มีเงินเหลือ เมื่อพิจารณาแลเวเขาเห็นว่าแม้ข้อเสนอของบริษัทจะน่าสนใจ แต่เงินเดือนที่ให้ไม่มากนักและมีความเสี่ยง เขาจึงจำเป็นต้องปฏิเสธ ทั้งๆที่ถ้าเขามีเงินเก็บสำรองไว้ซักหน่อยเขาก็รับงานนี้ได้ ซึ่งผลก็คือชายคนแรกโชคดีและร่ำรวยจากงานนี้ในเวลาไม่ถึง 10 ปี ในความกล้าที่ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน ส่วนชายคนที่สองก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนเหมือนเดิมไปอีกหลายปี
       จากเรื่องนี้พอจะบอกกับเราได้ว่า คนที่กล้าเสี่ยงทำงานนั้นเพราะเขามีปัจจัยสำคัญคือ มีการเก็บเงินสำรองไว้ส่วนหนึ่งแล้วนั่นเองครับ ถ้าคุณยังใช้ชีวิตอยู่แบบชักหน้าไม่ถึงหลัง และต้องอะไรอีกมากมายเกินความจำเป็นจนไม่มีเงินเหลือเก็บเลย มันก็อาจตัดโอกาสในการตัดสินใจทำอะไรดีๆ ของคุณไปได้เหมือนกัน
       การเก็บเงินสำรองในอนาคตนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญมาก และในระหว่างที่เก็บอยู่ก็อย่าปล่อยให้กิเลสความอยากทั้งหลายเข้าครอบงำคุณให้มากจนเกินไปนะครับ บางคนเห็นมีเงินเก็บได้นิดหน่อยก็อยากได้นั่นอยากได้นี่เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็เก็บได้ใหม่ จริงอยู่ครับว่าเดี๋ยวก็เก็บได้ใหม่ แต่มันจะบั่นทอนเวลาในการเก็บเงินทำให้เก็บเงินเป็นก้อนได้ช้าลงไปอีกเรื่อยๆ แต่หากคุณสามารถเก็บเงินสำรองไว้ในอนาคตแล้วคุณจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ มีความกระตือและพร้อมรับกับความเสี่ยงต่างๆได้มากขึ้นและมันจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจหรืองานใหม่ของคุณอย่างแน่นอนครับ




------------------------------------------------------------------------------------------------

วางแผนเพื่ออนาคตที่ดี

       หากชีวิตอยู่ไปวันวันโดยไม่มีการวางแผนว่าวันนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง เคลียงานเก่าหรืองานใหม่ก่อนดี ไม่มีการวางแผนเพื่อลำดับความสำคัญ ก็เท่ากับว่า ท่านได้ปล่อยให้โชคชตามาเป็นตัวควบคุมชีวิตของท่าน การวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีนั้นจะต้องให้ชีวิตของเราเป็นตัวกำหนดโชคชตา
       การวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีขอยกตัวอย่างให้ท่านได้ทำความเข้าใจซักเล็กน้อยก่อนนะครับว่า เคยบ้างไหมครับ เวลาที่ท่านขับรถออกไปข้างนอกแต่ไม่ได้วางแผนอะไรไว้ล่วงหน้า ไม่ได้เผื่อเวลารถติดหรืออุปสรรคอะไรเล็กๆน้อยๆ ผลลัพธ์ก็คือ ท่านอาจจะไปถึงจุดหมายปลายทางช้ากว่ากำหนด หรืออาจจะต้องเปลี่ยนแผนแบบกระทันหัน หรือไม่ก็ต้องขับรถวนเวียนอวู่ที่เดิมนานพอสมควร  คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองการณ์ไกลหรือมองอะไรไว้ล่วงหน้า ขอเพียงแค่จัดการปัญหาที่อยู่ตรงหน้าให้หมดไปก็พอ
       การรู้จักวางแผนเพื่ออนาคตที่ดี ก็เหมือนกับการศึกษาแผนที่ของถนนที่คุณกำลังจะเดินทาง มันจะบอกท่านว่าตอนนี้ท่านกำลังอยู่ตรงไหน มะนช่วยกำหนดกลยุทธ์ว่าจะเดินทางจากจุด 1 ไปยังจุดที่ 2 ได้อย่างไร. ถ้าเป้าหมายของท่านคือ การทำยอดขายทางธุรกิจให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หากท่านมีแผนการมันจะเป็นการเตือนตัวท่านเองอยู่เสมอว่า การทำงานของท่านอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ต้องใช้อัไรบ้าง หรือต้องใช้อะไรในขั้นตอนต่อไป
       เมื่อท่านมีแผนการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนมากขึ้นเท่าไหร่ สิ่งที่ตามมาอย่างแรกเลยคือ ท่านสามารถดึงความสามารถที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ท่านจะเกิดความคิดสร้างสรรค์และมีระเบียบวินัยในการทำงานอย่างคาดไม่ถึง เพราะคนที่วางแผนไว้ตลอดในการทำงานรวมถึงทำตามแผนที่วางไว้ จะพบว่าการทำงานหรืแการดำเนินธุรกิจ จะดำเนินไปได้เรียบร้อยกว่าคนที่ไม่ได้วางแผนอะไรเลย
       ตราบใดที่ที่ท่านสามารถทำตามแผน ท่านจะค่อยๆมองเห็นหนทางที่จะทำให้แผนเป็นจริงได้ตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะฝันเป็นเศรษฐีเงินล้าน เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรืออะไรก็ตาม ขอให้มีแผนอย่างน้อยซัก 1 อย่าง การวางแผนเพื่ออนาคตที่ดี ก็จะตามมา และเมื่อมีการวางแผนเพื่ออนาคตที่ดีแล้ว ก็อย่าลืมวางแผนการเงินด้วยนะครับ



---------------------------------------------------------------------